น้ำตาลกับสุขภาพ
ประชาชนส่วนใหญ่ย่อมรู้จักน้ำตาลกันมานาน การบริโภคน้ำตาลนั้นพบว่าได้มาจากการทำอาหารรับประทานในครัวเรือน และอีกทางหนึ่งได้มาจากทางโรงงานผลิตอาหาร ซึ่งจะเพิ่มปริมาณของระดับน้ำตาลลงในขบวนการผลิต โดยทั่วไปน้ำตาลส่วนใหญ่จะเป็นชนิด Fructose ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในทางการค้าว่า Corn Syrup การบริโภคน้ำตาลมากเกินขนาดพบว่าอาจจะเป็นสาเหตุของโรคต่างๆมากมาย ดังนี้
สาเหตุของโรคอ้วน (Obesity)
เนื่องจากระดับปริมาณน้ำตาลที่บริโภคเข้าไปในร่างกายเพื่อให้เกินพลังที่จะนำมาใช้ในแต่ละวันจะไม่มากเกินความต้องการของร่างกายที่ใช้ในแต่ละวัน แต่ถ้าเมื่อใดที่ระดับที่รับประทานเข้าไปนั้นเกินขนาด จะมีผลทำให้ส่วนที่เกินนั้นไม่ได้นำมาใช้เป็นประโยชน์และยังทำให้ระดับ Total Calorie ภายในร่างกายสูงขึ้น ประกอบกับการที่ไม่มีการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญ Calorie ส่วนที่เกิน จึงทำให้เกิดการสะสม พลังงานส่วนเกิน หรือ Calorie ในรูปของไขมัน (Fat)
สาเหตุของโรคเบาหวาน (Diabetes)
โรคเบาหวานเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ประชาชนที่บริโภคน้ำตาล (Glucose) มากเกินขนาด โรคเบาหวานสามารถเกิดได้ทั้งบุคคลที่สภาพอ้วน ผอม และไม่จำกัดเพศ ปริมาณที่บริโภคเกินจะทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นซึ่งเรียกว่า Hyperglycemia ( Blood Glucose 170mg/100 ml) ชนิดของโรคเบาหวานยังแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
Type I diabetes (Insulin-dependent diabetes mellitus, IDDM) ลักษณะของบุคคลที่เป็นโรคเบาหวานชนิด Type I เนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถผลิต insulin ได้ตามปกติ หลังจากที่รับประทานอาหารถ้าระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Glucose) มีปริมาณสูงและตับอ่อนไม่สามารถผลิต insulin ออกมาใช้งานเพื่อไปลดระดับปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ ในกรณีนี้จำเป็นที่จะต้องฉีด insulin เข้าไปเพื่อควบคุมระดับปริมาณน้ำตาลในเลือดให้เข้าสู่สภาวะปกติ
Type II diabetes (Insulin-independent diabetes mellitus, NIDDM) ลักษณะของเบาหวานชนิดนี้ตับอ่อนสามารถทำงานได้ตามปกติและสามารถผลิต insulin ออกมาตามความต้องได้เมื่อยามจำเป็น แต่บุคคลที่เป็นโรคเบาหวานชนิด Type II นั้นจะเกิดกับคนที่เป็นโรคอ้วน สาเหตุมาจากปริมาณไขมัน (Fat) จะทำหน้าที่เสมือนเกาะกำบัง เมื่อระดับปริมาณของน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและ insulin จะทำงานเพื่อไปลดระดับปริมาณน้ำตาลที่เกินเข้าสู่ Cell ดังนั้นปริมาณไขมันที่ภายนอก Cell จะกั้นไม่ให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้าสู่ Cell ได้ จึงมีผลให้ระดับของน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น
อาการเริ่มแรกที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเป็นโรคเบาหวาน
- ปัสสาวะบ่อย และกระหายน้ำ
- น้ำหนักตัวลดลง และมีอาการคลื่นไส้ ไม่ค่อยมีเรียวแรง
- ชอบกินของหวานเพิ่มขึ้น
- ตาพร่ามองไม่ค่อยชัดเจน
- บาดแผลหายช้ากว่าปกติ
- มีอาการคันตามผิวหนัง
สาเหตุของการเสื่ยงต่อโรคหัวใจ
เป็นที่ทราบกันว่า Glucose ที่บริโภคนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นไขมัน (Fat) และถูกเคลื่อนที่ผ่านเส้นเลือดไปสะสมไว้ในเซลที่เก็บไขมัน (Fat deposit) ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคหัวใจได้ ระดับของไขมันในเส้นเลือดสูงอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานสารอาหารจำพวก Carbohydrate และเครื่องดื่ม Alcohol อีกสาเหตุหนึ่งการบริโภคน้ำตาลอาจสำพันธ์กับความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure) ซึ่งในกรณีนี้ได้มีการทำการทดลองกับคน และสัตว์ (ลิง-หนู) ในส่วนของสัตว์นั้นให้ทดลองกิน Sucrose ไประยะหนึ่งผลปรากฎว่าระดับของ Blood Pressure เพิ่มขึ้นในขณะเดียวกับระดับปริมาณโซเดียมก็เพิ่มตาม แต่จากการศึกษากับคนนั้นเมื่อรับประทานสารจำพวก Carbohydrate (Glucose Sucrose หรือ Fructose) จำนวนโซเดียมและน้ำจะเพิ่มตามขึ้นภายในร่างกาย ดังนั้นสามารถถูกขับออกมาเพื่อรักษาระดับสมดุลย์ของของเหลวและปริมาณโซเดียมไม่ให้สูงเกิน เพียงภายในเวลา 2-3 วันก็สามารถขับออกจากร่างกายได้ แต่ถ้าบุคคลนั้นไม่สามารถขับถ่ายโซเดียมได้ตามปกติก็อาจจะมีผลต่อ Blood Pressure
สาเหตุของโรคฟันผุ การบริโภคน้ำตาลอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้ เนื่องจากในช่องปากหรือช่องว่างระหว่างฟัน อาจมีโพรงเล็กๆซึ่งชิ้นเศษของน้ำตาลที่รับประทานไปเกาะติดอยู่ตามโพรงนั้นๆ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่องปากจะมี Bacteria ที่ชื่อว่า Plaque ซึ่งสามารถเจาะผิวหน้าฟันเป็นรูเล็กๆได้ Bacteria เหล่านี้ทำการผลิตกรดซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาทีหลังจากรับประทานอาหารหวาน กรดที่ผลิตออกมานี้จะไปทำลายผิวหน้าของฟันซึ่งทำให้เป็นโพรงได้ ดังนั้นวิธีป้องกันได้คือจะทำการบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารหวานเพื่อช่วยลดฟันผุได้
ถ้าเปรียบเทียบน้ำตาลที่บริโภคอยู่ทุกวันคือน้ำตาลสีขาว (White Sugar) และน้ำผึ้ง (Honey) ซึ่งบางคนเชื่อว่าน้ำผึ้งมีคุณค่าทางสุขภาพมากกว่าน้ำตาลสีขาว โดยปกติทางโครงสร้างทางเคมีนั้นน้ำผึ้งประกอบด้วย 2 Monosachride Glucose และ Fructose ในจำนวนที่เหมาะสมเท่ากัน แต่น้ำตาลสีขาวนั้นจะประกอบด้วย 2 Monosachride เหมือนกันซึ่งเชื่อมต่อกันเป็น Disaccharide Sucrose ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบน้ำตาล 2 ชนิดในปริมาณที่เท่ากันหลังการย่อยสลายจะพบว่าน้ำตาลสีขาวและน้ำผึ้งพบว่าน้ำผึ้งจะให้พลังงานเป็น 2 เท่าของน้ำตาลสีขาว แต่ปริมาณสารอาหารทั้ง 2 ชนิดไม่มีความแตกต่างกัน ฉะนั้นการบริโภคสารอาหารควรจะทานพอควรแก่ความต้องการของร่างกาย สารอาหารบางอย่างอาจเป็นทั้งคุณและโทษต่อร่างกาย ถ้าสะสมเกินความต้องการอาจมีอันตรายหรือเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ
แหล่งที่มา : Food and Nutrition Board, 1989